โปสเตอร์งานอีเวนต์ควรใช้อัตราส่วนไหนในแต่ละจุดติด
งานอีเวนต์ไม่ควรมีโปสเตอร์เพียงแบบเดียว ใช้ดีไซน์หลักร่วมกัน แล้วจัดไฟล์ตามตำแหน่งจริง เพื่อให้คนเห็นสารสำคัญทันทั้งหน้างานและบนมือถือ

สรุปเร็ว: 1 งาน ไม่ควรใช้ไฟล์เดียวทุกจุด
งานอีเวนต์หนึ่งงานมักมีคนเห็นจากหลายจังหวะ: เดินผ่านป้ายทางเข้า หยุดดูตารางที่โต๊ะลงทะเบียน ถ่ายภาพที่ photo point มองจอในงาน และเจอโพสต์บนมือถือ ถ้าย่อหรือครอปไฟล์เดียวไปทุกที่ ชื่อกิจกรรม วันเวลา หรือ CTA มักถูกลดความสำคัญลงโดยไม่ตั้งใจ
ให้ใช้ headline สีหลัก และภาพ key visual ชุดเดียวกันเป็นแกน แล้วออกแบบ layout ใหม่ตามพื้นที่จริง วิธีนี้ทำให้ทุกชิ้นยังเป็นแคมเปญเดียวกัน แต่แต่ละชิ้นทำหน้าที่ของตัวเองได้ชัดกว่า
- ป้ายหลักที่ทางเข้า: ให้ชื่อกิจกรรมและวันที่เห็นก่อน
- จุดลงทะเบียน: ให้กำหนดการหรือวิธีเข้าร่วมอ่านจบได้
- photo point, จอ และ social: ให้ภาพจำของงานชัดในพื้นที่ของตัวเอง

ป้ายทางเข้า: ใช้แนวตั้ง A3 หรือ A4 ให้คนรู้ทันทีว่างานอะไร
สำหรับทางเข้า บอร์ดประกาศ หรือผนังหน้าร้าน ให้เริ่มจาก A3 แนวตั้งเมื่อมีพื้นที่ เพราะช่วยให้ชื่อกิจกรรมเด่นและยังมีที่สำหรับวันเวลา สถานที่ และ QR code ถ้าพื้นที่ติดจำกัดหรือผู้ชมต้องหยุดอ่านใกล้ ๆ A4 แนวตั้งก็เพียงพอ
ลำดับที่ควรเห็นคือ ชื่องาน → วันและเวลา → สถานที่หรือวิธีเข้าร่วม → QR code อย่าให้ภาพตกแต่งหรือข้อความย่อยแข่งขันกับชื่อกิจกรรม
- A3 แนวตั้ง: ป้ายหลักสำหรับทางเข้าและจุดที่คนเดินผ่าน
- A4 แนวตั้ง: บอร์ดประกาศหรือพื้นที่ที่คนหยุดอ่านใกล้ ๆ
- ให้ QR code เป็นทางไปดูรายละเอียด ไม่ใช่แทนชื่อและวันเวลาบนป้าย
โต๊ะลงทะเบียน: ใช้ A4 แนวนอนเพื่อจัดข้อมูลที่ต้องอ่าน
การวาง A4 แนวนอนบนโต๊ะลงทะเบียนหรือเคาน์เตอร์ช่วยแบ่งข้อมูลเป็นคอลัมน์ได้ง่าย เหมาะกับกำหนดการสั้น ๆ แผนที่หน้างาน ขั้นตอนรับบัตร หรือจุดรับของ คนอ่านอยู่ในระยะใกล้และมีเวลามากกว่าตอนเดินผ่านป้ายทางเข้า
อย่าใส่ทุกกิจกรรมลงในป้ายเดียว เลือกเพียงข้อมูลที่คนต้องใช้ตรงจุดนั้น และใช้ QR หรือป้ายย่อยสำหรับตารางเต็ม
photo point และพื้นที่ชวนถ่าย: ใช้สี่เหลี่ยม 1:1 เพื่อให้ภาพจำเด่น
พื้นที่ถ่ายรูปควรใช้ key visual ที่มองออกแม้จากภาพในกล้อง จึงเหมาะกับองค์ประกอบสี่เหลี่ยม 1:1 และข้อความเพียงชื่อแคมเปญหรือ hashtag สั้น ๆ สัดส่วนนี้ยังต่อยอดเป็นโพสต์ Facebook, Instagram และ LINE OA ได้ดี
หากเป็นป้ายขนาดพิเศษหรือฉากหลัง ให้ส่งรูปพื้นที่จริงและขนาดติดตั้งให้ทีมประเมินก่อน แทนการสมมติว่าไฟล์ A-series จะขยายได้พอดี
จอในงานและ Story: ใช้ 16:9 กับ 9:16 แยกไฟล์กัน
จอทีวีหรือ LED แนวนอนควรใช้ 16:9 และเหลือข้อความให้น้อยมาก โดยเน้นชื่อกิจกรรม เวลา และภาพหลัก ส่วน Story, Reels หรือจอแนวตั้งใช้ 9:16 พร้อมเว้นขอบบนล่างเพื่อไม่ให้ UI ของแพลตฟอร์มบังข้อความสำคัญ
ทั้งสองสัดส่วนควรจัดใหม่จาก master เดียวกัน ไม่ควรครอป A3 หรือ A4 ตรง ๆ เพราะพื้นที่สำคัญจะหายไปหรือข้อความจะเล็กเกินไป
- 16:9: จอในงาน แบนเนอร์เว็บไซต์ หรือวิดีโอแนวนอน
- 9:16: Story, Reels และสื่อแนวตั้งบนมือถือ
- ดูคู่มือสัดส่วนไฟล์ละเอียดก่อน export สำหรับแต่ละแพลตฟอร์ม
เช็กลิสต์ก่อนส่งผลิตและปล่อยไฟล์
เริ่มจากแผนผังหน้างานก่อนทำไฟล์: จุดไหนใช้ป้ายหลัก จุดไหนเป็นข้อมูลละเอียด จุดไหนต้องการภาพเพื่อให้คนถ่ายหรือแชร์ แล้วค่อยเลือกสัดส่วนของแต่ละชิ้น วิธีนี้ลดทั้งไฟล์ที่ซ้ำและป้ายที่คนมองผ่านโดยไม่เข้าใจ
ก่อนอนุมัติ ให้ดูป้ายจากระยะใช้งานจริงและเปิดไฟล์บนอุปกรณ์จริง ตรวจชื่อ วันเวลา สถานที่ QR code และข้อความสำคัญจากแหล่งข้อมูลที่ยืนยันแล้ว
- ระบุ placement และอัตราส่วนไว้ในชื่อไฟล์ เช่น entrance-a3, registration-a4-landscape, screen-16x9, story-9x16
- ให้แต่ละไฟล์มีหน้าที่เดียว ไม่ยัดข้อมูลทุกอย่างลงทุกชิ้น
- ตรวจขนาดจริง, safe area และ bleed กับทีมผลิตก่อนสั่งพิมพ์
- ให้คนที่ไม่รู้จักงานลองดู 3 วินาที แล้วบอกได้ว่างานอะไร จัดเมื่อไร และต้องทำอะไรต่อ
คำถามที่พบบ่อย
งานอีเวนต์ควรเริ่มทำไฟล์อัตราส่วนไหนก่อน
ใช้ไฟล์ A3 เดียวแล้วครอปเป็น Story หรือจอได้ไหม
ต้องส่งอะไรให้ทีม Piggy Design เมื่อต้องทำหลายสัดส่วน
พร้อมเปลี่ยนไอเดีย
ให้เป็นงานพิมพ์จริงหรือยัง?
ส่งไอเดียมา ทีม Piggy Design ช่วยจัดไฟล์ให้ครบ พร้อมพิมพ์และใช้งานบนทุกช่องทาง
ตอบกลับเร็ว · ไม่มีค่าใช้จ่ายในการปรึกษา · รับประกันไฟล์ใช้งานได้จริง


